NVIDIA รายงานผลประกอบการของไตรมาสที่ 4 ปี 2024 ออกมายอดเยี่ยมกว่าคาดการณ์ โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 78% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 80% ทำสถิติสูงสุดใหม่สำหรับบริษัท โดยรายได้รวมอยู่ที่ 39,331 ล้านดอลลาร์ และกำไรสุทธิ 22,091 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ยังมีการเติบโตที่โดดเด่นในธุรกิจ Data Center ซึ่งรายได้จากกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นถึง 93% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากความต้องการชิป Blackwell ที่ใช้ในการประมวลผล AI รุ่นใหม่

ซีอีโอของ NVIDIA Jensen Huang กล่าวถึงความสำเร็จของ Blackwell โดยระบุว่าเทคโนโลยีใหม่ในชิปรุ่นนี้ช่วยเพิ่มพลังการประมวลผล AI ขึ้นอย่างมาก ซึ่งทำให้โมเดล AI สามารถเรียนรู้และตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้เผยว่าความต้องการชิป Blackwell เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล โดยกลุ่มลูกค้าหลักของ Blackwell คือผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่ ซึ่งคิดเป็น 50% ของรายได้จาก Data Center

รายได้จากกลุ่ม Data Center คิดเป็นสัดส่วน 91% ของรายได้รวมของบริษัทในไตรมาสนี้ เพิ่มจาก 83% ในปีที่แล้วและ 60% เมื่อสองปีที่แล้ว โดยยอดรายได้จาก Data Center ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 35,580 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์ที่ 33,650 ล้านดอลลาร์

สำหรับธุรกิจอื่น ๆ ที่ NVIDIA ดำเนินการ โดยเฉพาะในด้านเกมมิ่ง รายได้จากการ์ดจอเล่นเกมลดลง 11% จากปีก่อน ทำรายได้ที่ 2,544 ล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์ แต่ในทางกลับกันธุรกิจชิปสำหรับยานยนต์และหุ่นยนต์เติบโต ทำรายได้ 570 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 103% เมื่อเทียบกับปีก่อน

NVIDIA ยังคงมั่นใจในแนวโน้มการเติบโตในอนาคต โดยคาดการณ์รายได้ในไตรมาสแรกของปี 2025 จะอยู่ที่ 43,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 41,780 ล้านดอลลาร์ แม้จะมีการชะลอตัวบางส่วนจากการเติบโตที่เคยสูงมากในปีก่อน ซึ่งเติบโตถึง 262% ในปีที่ผ่านมา

ในส่วนของการใช้จ่ายบริษัทได้ซื้อหุ้นคืนมูลค่า 33,700 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2025 สะท้อนถึงความมั่นใจในอนาคตของบริษัท พร้อมกับการคาดการณ์ว่ากำไรขั้นต้นจะลดลงเล็กน้อยจากการเพิ่มต้นทุนในการผลิตชิป Blackwell ในปีนี้

สรุปได้ว่า NVIDIA ยังคงอยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่งในตลาดชิป AI โดยชิป Blackwell เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโตในช่วงที่ผ่านมา และมีแนวโน้มที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทต่อไปในปี 2025 แม้จะมีความท้าทายจากการแข่งขันในตลาดและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในการผลิตชิปใหม่

ที่มา : nvidia cnbc